Sunday, 2 August 2020

ลุงพล ทนไม่ไหว โต้ข่าวลือ โทรเคลียร์กับใครวันเจอชมพู่


กรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก ออยศรีและผองเผือก โพสต์ข้อความว่า ใครคือคนที่เจอศพคนแรก ใครคนนั้นคือคือคนที่ปิดไฟนั่งมุมมืด แล้วได้ยินคนคุยกันจนน้อยใจกลับเลย แล้วปิดทำไมทำไมไม่ส่องไฟเรียกทุกคนว่าอยู่พิกัดไหน เวลาห่างกันแค่ไหน ห่างพอให้คนแรกได้ยินคนคุยโทรศัพท์ก่อนไหม ทั้งนี้แฟนเพจดังกล่าว ยังได้โพสต์อีกข้อความ ที่ตั้งข้อสังเกตว่า 1.คนเจอศพน้องคนแรกคือคุณสมบัติ ถูกต้องไหม 2.คนที่ร้องว่างูคือใคร และ 3.คนที่ไปนั่งที่มืดได้ยินคนคุยโทรศัพท์คือใคร
ล่าสุด นายกรีฑาพล พรหมสาขา ณ สกลนคร เจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล เปิดเผยว่า เรื่องการติดต่อสื่อสาร บนภูเหล็กไฟนั้น มีสัญญาณโทรศัพท์เป็นบางจุด หากชาวบ้านที่ขึ้นไปหา เเล้วยืนถูกจุดที่มีสัญญาณ ก็จะสามารถติดต่อ หรือเเจ้งข่าวกับคนด้านล่างได้ ส่วนในจุดพบศพนั้น มีสัญญาณโทรศัพท์


 
ส่วนคนร้าย จะมีการปะปนไปกับชาวบ้าน หรือนำของอะไรบางอย่างขึ้นไป เพื่อสร้างหลักฐาน มีความเป็นไปได้หรือไม่ หรืออาจมีการแผงตัววร่วมกับทีมที่ค้นหา หรือทีมเจอศพนั้น นายกรีฑาพล กล่าวว่า การค้นหาเเต่ละครั้ง จะมีชาวบ้านนับร้อยร่วมด้วย เเละชาวบ้านทุกคนก็จะสะพายย่ามหรือกระเป๋าสัมภาระ เพื่อใส่น้ำไปดื่มระหว่างทางเป็นปกติอยู่เเล้ว จึงไม่มีใครดูผิดสังเกต อีกทั้งชาวบ้านทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการค้นหา คงไม่ทราบว่าใครผิดปกติ และยากที่จะมานั่งจับผิดกันและกัน เพราะส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ประเด็นเดียวกัน คือการค้นหาเด็ก หรือการช่วยเหลือเด็กเท่านั้น

นายไชย์พล วิภา ลุงของน้องชมพู่ กล่าวว่า บนจุดพบศพมีสัญญาณโทรศัพท์ โดยยืมโทรศัพท์ของนายบี โทรมาหาลูกชาย เพื่อบอกเขาให้เข้ามาอยู่บ้านตา บ้านยาย เพราะตอนนั้นคิดว่ามันอันตราย จากนั้นไม่นานก็โทรมาหาลูกอีกครั้ง เสียงที่คุยตนก็คุยเสียงค่อยข้างดัง ส่วนตัวจำไม่ได้ว่าพูดเรื่องน้องชมพู่บ้างหรือไม่ 
นายสมบัติ อวนวัง ชาวบ้านกกกอก ถึงกรณีที่เพจ "ออยศรีเเละผองเผือก" มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับนายสมบัติในเรื่องวันพบศพ ซึ่งนายสมบัติ ไม่ขอให้สัมภาษณ์ เเละไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ เเต่ขอให้เพียงข้อมูลบางส่วน


 
ประเด็นเเรก คือ เรื่องตอนพบศพ โดยเพจระบุว่า ระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ได้มีสายปริศนาโทรศัทพ์หาคนข้างบน ซึ่งคนพบศพเป็นคนเเรกอยู่ในเหตุการณ์เเละได้ยินเสียงนั้นด้วย เกิดความน้อยใจจนเดินกลับ

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
โดยนายนายสมบัติ คนพบศพเป็นคนเเรก กล่าวกับทีมข่าวว่าไม่เป็นความจริงเเต่อย่างใด ซึ่งขณะนั้นมีคนอยู่ข้างบนเป็นจำนวนมาก ไม่ทราบว่าใครรับโทรศัพท์บ้าง ส่วนตัวก็ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เเละยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจเเล้วเดินกลับ เพราะตนรออยู่ด้านบนจนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง
ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
ประเด็นต่อมาคือเพจได้โพสต์ตั้งคำถาม ว่าใครเป็นคนดูเเลกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้มีคนเข้าไปเเสดงความคิดเห็น ว่าก่อนเกิดเรื่องน้องชมพู่ นายสมบัติเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน เเล้วบีบลุงพล ออกจากกรรมการกองทุน เพราะลุงพลคัดค้านการใช้จ่ายเงินกองทุนนั้น
ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
นายสมบัติ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งตนเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน ส่วนลุงพลเป็นเลขานุการ ไม่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกันเเต่อย่างใด เเละไม่เคยบีบให้ลุงพลออก เพราะปัจจุบันลุงพลก็ยังทำงานตำเเหน่งเดิมอยู่ เเละทำงานร่วมกันด้วยดีเสมอมา ดังนั้นจึงมองว่าสิ่งที่เพจกำลังตั้งข้อสงสัยอยู่นั้น ไม่เป็นความจริง
ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

No comments:

Post a comment