Friday, 10 July 2020

รอง ผบ.ตร. เผย สอบพยานแล้ว 900 ปาก อีก 2-3 วันรู้เรื่องแน่


(10 ก.ค. 2563) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านมานานถึง 57 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้
โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุว่า พยานหลักฐานที่มีตอนนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับหรือระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ แม้ว่าสังคมจะมีการสงสัยพ่อ แม่ หรือลุงของน้องชมพู่ก็ตาม แต่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงไม่ตามกระแสสังคม แม้คดีจะมีความคืบหน้าไปแล้ว 80 เปอร์เซ็น แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีน้อยมาก ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง


 
ส่วนสาเหตุการชีวิตที่มีการตั้งข้อสงสัยนั้น ทางแพทย์นิติเวชก็ยังสรุปไม่ได้ บางทีรายงานข่าวของสื่อที่หลุดออกไปตนก็ตั้งข้อสังเกตว่าหลุดไปได้อย่างไร รายละเอียดการนำเสนอก็ไม่ใช่ความจริง อย่าพึ่งไปสรุปหรือฟันธง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้จะมีโอกาสได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ รอง ผบ.ตร. ตอบว่า เป็นเรื่องยากที่จะบอกแบบนั้น ตำรวจทำให้ดีที่สุดรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างให้ครบถ้วน ไม่ได้หาหลักฐานเพียงแค่ออกหมายจับ แต่จะต้องมีหลักฐานจนนำสู่การดำเนินคดีในชั้นศาลได้

ด้าน พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) กล่าวว่า ยอมรับว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในพื้นที่ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยุ่งยากมากขึ้น ส่วนความขัดแย้งของบรรดาญาตินั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการนำเสนอข่าว ส่วนจะให้สื่อปรับปรุงหรือแก้ไขการทำงานอย่างไรนั้นตนไม่ทราบ

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีประเด็นเด็กหญิง เพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่ ได้ให้ข้อมูลกับสื่อบางสำนักว่า แท้จริงแล้วพี่สาวของน้องชมพู่นอนคว่ำหน้าเล่นโทรศัพท์ ในขณะที่น้องชมพู่หายตัวไป และไม่ได้นอนหลับตามที่เคยให้ข้อมูลไว้นั้น ทางตำรวจมั่นใจว่าประเด็นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดีและแนวทางการสืบสวนสอบสวนอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่เด็กหญิงบอกเล่ากับสื่อนั้นเป็นสิทธิ์ที่เด็กจะสามารถกระทำได้ แต่การที่สื่อไปสัมภาษณ์เด็กหญิงเพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่นั้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้มีการเรียกสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 900 กว่าปาก และในอีก 2-3 วัน จะได้รับรายงานผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่นดีเอ็นเอ และวัตถุพยานต่างๆ จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่าอาจจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการคลี่คลายคดี


No comments:

Post a comment