Wednesday, 15 July 2020

สารวัตรแรมโบ้ชี้เป้า ชมพู่หายไม่ใช่ 11 พ.ค. หลังรู้ว่าสะดิ้งไม่ได้หลับตอนน้องหาย


เมื่อวันที่ 15 ก.ค.63 พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล ตั้งสมมติฐานว่า น้องชมพู่อาจจะเสียชีวิต วันที่ 10 พ.ค.63 แต่เป็นช่วงเย็นก่อนกินข้าว เพราะผลชันสูตรบอกว่าท้องว่าง ไม่มีอาหารในท้อง หลังจากนั้นน้องถูกอุ้มจัดฉากอำพรางศพ เป็นไปได้ว่าคนร้ายกลุ่มนี้จะนำศพไปซ่อนไว้บนภูเหล็กไฟ อาจจะเอาไปซ่อนภายในถ้ำ ซึ่งมีความเย็น เมื่อวันที่ไปเจอศพเด็ก วันที่ 14 พ.ค.63 ศพจึงไม่เน่า
ถ้าเด็กเดินหลงทางขึ้นเขา ชาวบ้านที่ไปทำไร่ทำนาต้องเห็น และเด็กต้องร้องตะโกนแน่นอน ส่วนเรื่องที่มีพยานเห็นน้องชมพู่ ช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค.63 ความเห็นส่วนตัวมองว่าพยานอาจจะจำสับสนก็เป็นได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยมีพยานที่จำสับสนแบบนี้มาแล้วหลายคดี รวมทั้งน้องสะดิ้ง ก็ยังออกมาบอกว่า
ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

วันที่นเองหายไม่ได้นอนหลับ รวมทั้งบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณแผ่นหลังและข้อเท้า ที่แพทย์ชันสูตรบอกว่าอาจเป็นรอยกิ่งไม้ แต่ตนสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากการถูกทำโทษเฆี่ยนตี และอาจช็อกตายได้ ส่วนแผลที่เป็นรูที่ก้นไม่น่าจะเป็นแผลจากการกดทับ แต่เป็นแผลที่มีคนทำร้าย โดยเด็กอายุเพียง 3 ขวบ หากโดนทำร้ายจริงตามที่คาดไว้ ก็น่าจะช็อกตายได้


อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า น้องชมพู่วัย 3 ขวบ ไม่มีทางเดินขึ้นเขาไปได้อย่างแน่นอน เพราะเด็กหลงทางอาจจะตะโกนร้อง เนื่องจากตนเดินออกกำลังกาย ตีนเขาทุกเช้าวันละ 2 ชั่วโมง ยังเหนื่อย จึงคิดว่าน้องชมพู่ เดินขึ้นไปบนเขาเองไม่ได้แน่นอน ตัดประเด็นตรงนี้ทิ้งไปได้เลย นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า

ในช่วงที่น้องชมพู่หายไป ยอมรับว่ามีคนโทรเข้ามาเยอะมาก และตนต้องทำหลายอย่างมาก ซึ่งไทม์ไลน์วันที่ 13-14 พ.ค. นั้น ยอมรับว่าผ่านมากว่า 60 วันแล้ว ตอนนี้ถ้าจะตอบอะไรก็ค่อนข้างสับสน บางสิ่งบางอย่างตนอาจจะตอบผิดก็ได้ จึงไม่อยากจะพูดอะไรให้ออกสื่อไปเยอะ

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านกกกอก ไปพูดคุยกับ นายแต เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้านกกกอก เปิดเผยว่า ในวันที่น้องชมพู่หายไป น้องสะดิ้งและน้องชมพู่ได้มาซื้อน้ำส้มขวดละ 5 บาท ที่ร้านของตนเวลาประมาณ 08.00 น. คาดว่าที่แม่น้องชมพู่บอกว่าน้องชมพู่กินน้ำส้มก่อนหายไป ก็น่าจะเป็นน้ำส้มที่ซื้อไปจากร้านของตน

ซึ่งในวันนั้นตนจำได้อย่างแม่นยำว่าเป็นวันที่ 11 พ.ค.63 อย่างแน่นอน เพราะช่วงที่คนเริ่มออกตามหาน้องชมพู่ ตนก็ดูวันและจดจำว่าเป็นวันที่ 11 พ.ค.63 ไม่ใช่วันที่ 10 พ.ค.63 อย่างไรก็ตาม แม้ผลพิสูจน์จะออกมาว่า น้องชมพู่ขาดอาหารตาย ตนก็มีความเชื่อเพียง 50:50 เท่านั้น ที่ว่าน้องชมพู่จะเดินหลงไปเสียชีวิตเอง เพราะอีกครึ่งหนึ่งตนก็เชื่อว่ามีคนพาน้องชมพู่ไปปล่อยทิ้ง จนทำให้ขาดอาหารตาย


ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านกกกอก ไปพูดคุยกับนางพิ้ง (นามสมมติ) แม่ของหนึ่งในเด็กแก๊งจำปา เปิดเผยว่า จากการที่ตนพูดคุยกับลูก ยืนยันได้ว่าวันที่น้องชมพู่หายไปนั้น เป็นวันที่ 11 พ.ค.63 ไม่ใช่วันที่ 10 พ.ค.63 และมั่นใจว่าจำไม่ผิดอย่างแน่นอน เพราะวันที่ตนรู้ว่าน้องชมพู่หายตัวไป ตนก็ดูปฏิทินและได้เดินไปที่บ้านของน้องชมพู่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังผลตรวจออกมาว่าน้องชมพู่ขาดอาหารตาย ตนก็เชื่อว่าน้องชมพู่น่าจะถูกบางสิ่งบางอย่างพาไปขึ้นเขาและเสียชีวิต ซึ่งตนเชื่อตั้งแต่แรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเชื่อเช่นเดิม

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34
คลิป



ขอบคุณ คลิปจากทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

No comments:

Post a comment