Friday, 12 June 2020

หลวงปู่เดือนชัย เผยเห็นคนร้าย 2 คน มาขอโทษ ลั่นไม่ได้ตั้งใจฆ่าน้องชมพู่ แต่รอไม่ไหว


วันที่ 11 มิ.ย.63 ทีมข่าว เดินทางมาพบกับ นายเข้ม (นามสมมติ) หมอธรรม เปิดเผยว่า กรณีเส้นผมน้องชมพู่ที่ได้ข้อมูลมาว่า มีการถูกตัดออกไปนั้น ตนเห็นภาพว่าคนที่ทำพยายามสะกดอะไรบางอย่าง หรืออาจจะเป็นการสะกดวิญญาณไว้ไม่ให้ไปพูดกับใคร ซึ่งวิชาเช่นนี้ยังคงมีอยู่ เพราะความเชื่อหลังการฆ่าคนแล้ว หากไม่กินเลือดคนตาย หรือตัดเส้นผมคนตาย มีความเชื่อว่าวิญญาณจะไม่ไปตามจองล้างจองผลาญคนที่กระทำ คล้ายกับเป็นการข่มขู่วิญญาณ ไม่ให้วิญญาณตามคนก่อเหตุไป

ตนเชื่อว่าอาจจะเป็นแบบนั้น คล้ายกับความเชื่อที่ว่า หากศพมีเลือดออก เอาน้ำมะนาวบีบใส่ และดื่มเข้าไป วิญญาณจะไปพูดอะไรไม่ได้ ซึ่งการทำแบบนี้เชื่อว่ากรรมที่คนร้ายก่อ มันจะทำให้คนร้ายอยู่ไม่ได้ และรับสารภาพเอง โดยเมื่อวันก่อน ตนนั่งสมาธิเห็นภาพคนคลานเข้ามาหา ขณะที่ตนนั่งอยู่บนเถียงนา โดยมา 2 คน คนหนึ่งผอม ใส่หมวกลายพราง มีผ้าปิดหน้า ใส่เสื้อสีดำ อีกคนเป็นคนอวบ เสื้อสีส้มจาง ๆ ใส่หมวกไอ้โม่ง นั่งหมอบคุกเข่ามารับสารภาพกับตน โดยเรียกตนว่าอาจารย์ และคนผอมเป็นคนกล่าวว่ายอมแล้ว จะไม่ทำอีกแล้วซึ่งตนพยายามถามคนร้ายต่อว่า จะทำแบบนี้อีกไหมคนร้ายก็บอกว่าไม่ทำ ซึ่งตนไม่เห็นหน้า เพราะทั้งคู่ก้มหน้า และยังมีหมวกปิดหน้าไว้ ตอนนี้คนร้ายกำลังร้อนรุ่มไปไหนไม่ได้ ถือว่าเป็นตนมีวิชาทางด้านไสยศาสตร์ แต่ไม่ถึงเก่ง ไม่เป็นอันตราย

สำหรับคนร้ายไม่ได้มาในเชิงข่มขู่ และยังบอกต่อว่า ผมจะเข้ามอบตัวแล้ว ที่ทำลงไปเพราะความแค้น แต่ไม่ได้ตั้งใจลงกับเด็ก ตอนแรกรอจะทำร้ายผู้ใหญ่ แต่รอไม่ไหว จึงไปลงกับเด็ก จากนั้นทั้งคู่ก็หายไป ในนิมิตตนยังเห็นอาจารย์ของคนร้าย เป็นชาย คล้องปะคำ 3 เส้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นใคร อาจารย์ของคนร้ายก็พยายามกล่อมให้มอบตัวอยู่


ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ทีมข่าวลงพื้นที่ วัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ชาวบ้านและลูกศิษย์ ได้เดินทางมากราบและถวายสิ่งของ และได้นำกระเป๋าเงินให้พระเดือนชัย เขียนอักขระเจิมเรียกทรัพย์ นอกจากนี้สิ่งที่ผิดสังเกตไป คือ รูปปั้นปู่ธรรมฝั่น เต็มไธสงค์ บ้านนาดอกไม้ อ.วังสะพุง จ.เลย ที่เป็นบรมครูของพระเดือนชัย ได้ถูกคลุมด้วยจีวรพระป่าสีน้ำตาล และใส่ลูกประคำไว้ ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ตัวรูปปั้นนั้น สวมใส่แค่ชุดขาวเหมือนหมอธรรม

พระเดือนชัย ธมวิจโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง ได้นั่งหลับตาทำสมาธิ และเปิดเผยกับทีมข่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อตนจะเทศน์ธรรมสั่งสอนลูกศิษย์นั้น ก็มักจะหันไปกราบรูปปั้นปู่ธรรมฝั่น เต็มไธสงค์ ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากเป็นฆราวาสที่ตนนับถือเป็นครูบาอาจารย์ และเป็นผู้สอนวิชา ศีลธรรมบรรลุบันดาล ให้กับตน จึงมีความนับถือมาก ซึ่งหลังจากภาพออกสื่อไปก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการไม่เหมาะสม ที่พระสงฆ์อย่างตนมากราบรูปปั้นฆราวาส ตนจึงตัดสินใจนำจีวรมาห่มรูปปั้นท่านไว้ เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น

ทุกครั้งที่กราบคนจะได้มองว่า เป็นการกราบพระ เพราะจริง ๆ แล้วช่วงหนึ่งของชีวิตปู่ธรรมฝั่น ก็เคยบวชเป็นพระสงฆ์ แต่ตนไม่สามารถสร้างรูปปั้นพระสงฆ์ได้ เพราะช่วงนั้นไม่มีเงินมากพอ และจุดประสงค์อีกอย่างในการห่มจีวรเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนญาณของดวงธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้สวดธรรม และมีบางคำพูดไม่เหมาะสม ทั้งคำหยาบและกิริยาต่าง ๆ ที่เหมือนฆราวาสและไม่ควรจะทำ แต่เมื่อห่มจีวรให้รูปปั้นปู่ธรรมฝั่น ก็ปรับญาณดวงธรรมเพื่อที่เวลาตนสวดธรรม คำพูดและคาถาที่ออกไปจะได้สำรวมเหมือนพระสงฆ์ เพราะถ้าตนไม่นำจีวรคลุมไว้ ตนก็คงจะสวดออกเป็นคำว่า "มะน้องมะแน้ง" เหมือนเดิม ส่วนกรณีที่ตนคลุมจีวรถึงหัวของรูปปั้นนั้น มีจุดประสงค์เพียงคลุมให้มิดชิดเพื่อไม่ให้ฝุ่นเกาะ และนำมาตั้งหลังตนเพื่อที่จะดูแลง่าย ไม่ให้หนูมาแทะเท่านั้น

คลิป


No comments:

Post a comment