Friday, 5 June 2020

ข่าวดี กระทรวงการคลังเห็นชอบ เราไม่ทิ้งกันรอบ 2


จากการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่covid-19 โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอคณะกรรมการ ตามพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาในกลุ่มที่ตกหล่น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในช่วงที่ผ่านมา อีกประมาณ 9 ล้านคนที่เป็นกลุ่มตกหล่น ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินเยียวยาได้ภายในเดือนนี้ (มิถุนายน 2563)

ทางรัฐเชื่อว่าการเยียวยาครั้งนี้ คือลอตสุดท้ายที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยา

กลุ่มตกหล่น 4 กลุ่มมีใครได้สิทธิ์บ้าง?

แบ่งออกได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 1.2 ล้านคน (คัดจากเดิม 2.4 ล้านคน)

กลุ่มที่ลงทะเบียนรับเราไม่ทิ้งกัน ไม่สำเร็จ โดยคัดกรองจากความซ้ำซ้อนที่รับมาตรการแล้วคาดเหลือ 302,160 คน (จากจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน) ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน

กลุ่มเปราะบาง อย่างเช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก จำนวน 6.9 ล้านคน จากกรอบเดิมที่ ครม.อนุมัติไว้ 13 ล้านคน จะได้รับ 1,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน

กลุ่มที่ไม่ได้รับการดูแลจากประกันสังคม กรณีจ่ายประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือน จำนวน 6.6 หมื่นคน โดยจะได้รับเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นต้องรอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินตามพระราชกำหนด ตรวจสอบและยืนยันตัวเลขเงินเยียวยาในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มอื่นๆ ว่าจะมีการสรุปเหมือนที่คณะกรรมการเยียวยาฯ ได้เสนอหรือไม่

แต่จำนวนเดือนที่จะช่วยเหลือยังกำหนดไว้ที่ 3 เดือนคงเดิม โดยคาดว่า 4 กลุ่มที่ตกหล่นดังกล่าว จะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จำนวน 2 เดือนพร้อมกัน และเดือนกรกฎาคมอีก 1 เดือน

แต่หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่สามารถอนุมัติได้ทันภายในเดือนนี้ จะต้องเลื่อนการจ่ายเงินเยียวยาไปเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะจ่ายเป็นก้อนเดียว 15,000 บาท จำนวน 3 เดือน

ในส่วนของกลุ่มผู้ที่ร้องทุกข์จากมาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันที่ได้มีการเข้ามาร้องเรียนที่กระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ จำนวน 806,000 คน ในจำนวนนี้คัดกรองข้อมูลเหลือ 100,000 รายที่จะได้รับการเยียวยาต่อไป และพบว่ามีส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียน หรือตกหล่น 6,472 คน ส่วนที่เหลือได้รับสิทธิ์เยียวยาอื่นๆ ไปแล้วจะไม่ได้รับสิทธิ์ซ้ำซ้อน


No comments:

Post a comment