Sunday, 24 May 2020

เจอหลักฐานอีก ผ้าลายพรางถูกเผาใกล้ร่าง ชมพู่ เผยเส้นทางฆ่าจ่อจับฆาตกร


จากกรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพักพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. กระทั่งวันที่ 18 พ.ค.63 ผลชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย และพบบาดเเผลที่อวัยวะเพศ แต่ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอของคนร้าย และไปพบหลักฐานใหม่ คือ รถแบกโฮของเล่นตกอยู่กลางป่า


ล่าสุดวันที่ 24 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านเกิดเหตุ หมู่ที่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งช่วงเช้าที่บ้านน้องชมพู่เริ่มเตรียมข้าวของ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าห่ม อาหารแห้ง ไว้สำหรับทำพิธีชักอนิจจา หรือการบังสุกุลหาผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิ่งที่อุทิศไปให้ โดยมีการเขียนชื่อน้องชมพู่ใส่กระดาษและแปะใส่สิ่งของไปด้วย

ต่อมาในเวลา 11.00 น. ครอบครัวได้เดินทางไปเก็บกระดูกน้องชมพู่ที่ป่าช้าบ้านกกกอก หมู่ที่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยมีญาติมาร่วมเก็บกระดูกกว่า 10 คน โดยเริ่มต้นได้วางถาดที่ประกอบด้วย ปลากระป๋อง ปลาทอด ไข่ต้ม ไข่ทอด นมเปรี้ยว น้ำเปล่า น้ำแดง ข้าวเหนียว และเรียกให้น้องชมพู่มากินข้าว

จากนั้นมีพระสงฆ์ 1 รูป จากวัดป่าภูผาแอก ต.กกตูม เดินทางมาทำพิธีและเริ่มเก็บกระดูกโดยให้ญาติ ๆ ใช้ก้านกล้วยคีบกระดูกใส่ผ้าขาวเอาไว้ เหตุที่ต้องใช้ก้านกล้วย เพราะเป็นความเชื่อโบราณว่ากระดูกยังมีความร้อน หากใช้มือจับจะปลูกผักหรือพืชไม่ขึ้น ซึ่งทางญาติ ๆ ก็บอกน้องชมพู่ ว่า หากเกิดชาติหน้าให้เอาอายุมามากกว่านี้ หรือให้ไปดลบันดาลให้ตำรวจจับคนร้ายได้

หลังจากเก็บกระดูกเสร็จ ก็ได้นำกระดูกมาล้างเศษขี่เถ้า โดยล้างน้ำ 2 ครั้ง น้ำแรกล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำที่สองล้างด้วยน้ำหอม เมื่อล้างเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่พิธีทางศาสนา โดยพระสงฆ์เป็นผู้สวด ซึ่งก่อนสวดจะมีการเกลี่ยดินบริเวณที่เผาศพให้เป็นรูปคน ให้ส่วนศีรษะหันไปทางทิศตะวันออก และนำเหรียญบาทไปวางบนดินรูปคน เพื่อแทนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จากนั้นก็นำกระดูกไปวางบนดินรูปคนโดยใช้ใบไม้รอง และนำของกินของใช้ที่จะอุทิศให้วิญญาณเด็กห่อผ้าขาว วางทับบนกระดูก พร้อมโยงสายสิญจน์ให้พระเริ่มสวด


การสวดครั้งแรก ดินที่เกลี่ยเป็นรูปคนหมุนศรีษะไปทางทิศตะวันออก เรียกว่าการสวด “บังสุกุลตาย” สวดเพื่อให้ผู้เสียชีวิตรับรู้ว่าตายแล้ว เมื่อสวดเสร็จแล้วจะเกลี่ยดินอีกครั้งให้เป็นรูปคนเช่นเดิม โดยครั้งนี้รูปคนจะให้หมุนศีรษะไปทางทิศตะวันตก เรียกว่าการสวด “บังสุกุลเป็น” ครั้งนี้สวดเพื่อให้ผู้เสียชีวิตหลังจากรู้ว่าตัวเองตายแล้ว และจะไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีก และจากนั้นก็ต่อด้วยการกรวดน้ำให้น้องชมพู่ โดยใช้ประมาณ 30 นาทีก็เสร็จสิ้นพิธี ทางครอบครัวก็ได้กรวดน้ำให้เด็ก และบรรจุกระดูกใส่ลงในอัฐิเพื่อจะนำกระดูกไปใส่ไว้ที่เจดีย์ ภายในวัดป่าภูผาแอก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปที่เขาภูเหล็กไฟอีกครั้ง โดยมีน้องหมาเดินนำทางไป เมื่อเดินขึ้นเส้นทางนี้ พบว่าเส้นทางช่วงต้นเดินไม่ค่อยยากลำบากเท่ากับเส้นทางอื่น แต่ด้วยคืนที่ผ่านมามาฝนตก ทำให้เส้นทางมีสภาพทางกายภาพที่เปลี่ยนไป เมื่อเดินเข้าไปราว 2.5 กม. เจ้าหน้าที่ชุดนี้พบชิ้นส่วนของชุดลายพรางคล้ายชุดทหาร ถูกเผาวางอยู่บนแผ่นหิน ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บเอาไว้เพื่อใช้เพื่อนำไปตรวจสอบ ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่


จากนั้นเดินต่อไปอีก 200 เมตร ซึ่งใช้เวลาเดินรวมกว่า 2 ชม.จากจุดเริ่มต้นกว่าจะมาถึงจุดนี้ ซึ่งถือว่าสำคัญ เพราะเป็นจุดพบหลักฐานเป็นของเล่นเด็ก ซึ่งพบว่ารถของเล่นถูกวางอยู่ที่โขดหินโผล่ขึ้นจากดิน ลักษณะข้างกันเป็นเส้นทางมุ่งหน้าขึ้นจุดพบศพ ห่างไปราว 300 เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจเป็นทางที่คนร้ายใช้ขึ้นลง เพราะหลักฐานชิ้นนี้ตกอยู่ข้างทาง จากนั้นชุดเจ้าหน้าที่ เดินต่อไปจนถึงจุดพบศพ ซึ่งยังไม่พบหลักฐานอะไร


เดินต่อ โดยเลือกลงเส้นทางฝั่งขวาของเข้า ไปยังจุดพบแหวน ซึ่งต้องเดินลงมาราว 3 กม. จุดนี้ระหว่างทางยังไม่พบอะไร ซึ่งสุนัขตำรวจเดินลัดเลาะออกมาตามป่ามันสำปะหลัง และมุ่งตรงมายังท้ายหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจวันนี้

No comments:

Post a comment