Friday, 1 May 2020

เปิดจดหมาย เจ้าสัวธนินท์ ตอบนายกฯ


วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ทีมข่าว dailyliveexpress ได้รับรายงานว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี รายงานการทำหนังสือตอบ พล อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยระบุว่า พล อ ประยุทธ์ ทำหนังสือลงวันที่ 20 เม ย 2563 ส่งถึงบรรดามหาเศรษฐีไทยทั้งที่ติดอันดับ 1 ใน 20

พร้อมระบุส่งจดหมายหาเจ้าสัวในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ผมซาบซึ้งใจที่หลายท่านได้ลงมือช่วยเหลือประชาชนไปแล้วหลายเรื่อง แต่ผมต้องการขอให้ทุกท่านทำเพิ่มเติมโดยใช้ศักยภาพของท่านมาทำให้เกิดการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ล่าสุดนายธนินท์ ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือตอบรับนายกฯ ผมถือเป็นหน้าที่ ที่จะต้องทำเพื่อประเทศโดยเฉพาะในยามวิกฤต เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการนำประเทศชาติ ก้าวผ่านสถานการณ์ cd 19 ที่ถือเป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรงของประเทศและของโลกในครั้งนี้

และขอยกย่องในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถือเป็นนักรบแนวหน้าในการรักษาพี่น้องประชาชนไทย  ทำให้วันนี้ สถานการณ์การแพร่กระจายของ cd 19 ในประเทศไทย มีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยจากทุกภาคส่วน ออกมาให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเสมอมา เช่นเดียวกับวิกฤติในครั้งนี้ ที่จะเห็นได้ว่า ทุกภาคส่วนได้ออกมาร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่ของตนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนไทยอย่างดีมาโดยตลอด พร้อมทั้งเสนอสิ่งที่ผมและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี ได้ดำเนินการแล้ว รวมยอดกว่า 700 ล้านบาท พร้อมเสนอโครงการที่จะดำเนินการในระยะต่อไป

รวมทั้ง เจ้าสัวธนินท์ ยังระบุว่า ในระยะต่อไป สิ่งที่ประเทศไทยควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การเตรียมการเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องรักษาความเชื่อมั่น และประคองระบบสังคม วิถีชีวิต ให้สามารถดำรงอยู่ได้ ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ต้องไม่ล้มหายจากไป และ ยังรักษาการจ้างงาน พี่น้องประชาชน จะยังคงมีรายได้เลี้ยงชีพ อาชีพอิสระ อาชีพรับจ้าง เกษตรกร หรือแม้กระทั่งคนว่างงาน จะยังคงมีรายได้เพียงพอในการยังชีพ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ในยามที่ฟ้ามืด ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อยามฟ้าสว่าง นั่นคือ การเตรียมแผนฟื้นฟูประเทศไทยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และหากมองวิกฤตนี้เป็นโอกาส และ ประเทศไทย กล้าตั้งเป้าหมายให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงิน และเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังชี้ความสำคัญของ สินค้าเกษตรถือเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าของประเทศ เกษตรกรถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาและสร้างความเจริญเติบโตของประเทศมาช้านาน ภาคการเกษตรมีความสำคัญครอบคลุมประชากรถึง 9 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรประเทศไทย มีการจ้างงานกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของกำลังแรงงาน และมีพื้นที่ดินทำกินกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั่วประเทศ

No comments:

Post a comment