Sunday, 26 April 2020

ผู้ใหญ่บ้านบุรีรัมย์ไถเงินชาวบ้าน แลกสติกเกอร์







วันที่ 27 เมษายน 2563 ทีมข่าว dailyliveexpress ได้รับรายงานว่า นายธัชกร หัตถาธยากูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และ พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด  ได้ร่วมกันแถลงข่าวการที่ศูนย์กักกันผู้กระทำความผิด ตาม พรบ.อาการติดต่อ cd 19 สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กรณีที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบโควิด 19  ได้ทำการจับกุมผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ซ้ำเติมชาวบ้าน ในช่วงไวรัสโควิดระบาด ด้วยการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการติดสติกเกอร์ รับรองการปลอด cd 19 จากชาวบ้าน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอละหานทราย ร้องเรียนว่า นายบรรณชัย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ได้เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการติดสติกเกอร์บนบัตรประชาชนจากชาวบ้านรายละ 20 บาท ซึ่งการติดสติกเกอร์ Buriram Healthy บนบัตรประชาชนเป็นการรับรองการปลอดอาการของผู้ที่ได้รับการติดสติกเกอร์ ตามมาตรการของคณะกรรมการ เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของ cd 19 ซึ่งการติดสติกเกอร์ดังกล่าวได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เป็นผู้สำรวจตรวจสอบรายชื่อ และนำสติกเกอร์ไปติดให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบ โดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียน ก็ให้ข้อมูลตรงกันว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจริงคนละ 20 บาท ทางชุดปราบcdจึงได้นำตัวผู้ใหญ่บ้านมาสอบสวน และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกระทำผิดจริงก็เอาผิดทางวินัยด้วย พร้อมทั้งได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านตำบลอย่าใช้ตำแหน่งหน้าแสวงหาประโยชน์ซ้ำเติมชาวบ้าน หากได้รับร้องเรียน หรือมีการตรวจพบว่าหมู่บ้าน ตำบลใด มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ก็จะถูกดำเนินการเอาผิดทั้งวินัยโดยไม่ละเว้น

ขณะที่เบื้องต้นผู้ใหญ่บ้านยังปฏิเสธอ้างไม่ได้เรียกเก็บเงินตามที่ถูกร้องเรียน แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันชัดเจน ทั้งนี้ยังมีการแชร์คลิปที่ชาวบ้านถูกเรียกเก็บเงิน 20 บาทในสังคมออนไลน์ด้วย


No comments:

Post a comment